| วันแรก |
| 08.00 น. |
วัดกลาง นมัสการ “พระพุทธรูปองค์ดำ” นอกจากนี้ยังมี “รอยพระพุทธบาทจำลอง” ทำด้วยศิลาแลง |
| 08.30 น. |
สักการะหอเจ้าบ้าน สร้างขึ้นพร้อมกับศาลหลักเมือง |
| 09.00 น. |
ออกเดินทางไป พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (ศาลากลางจังหวัด) |
| 10.00 น. |
วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ) ชมใบเสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยาง |
| 11.00 น. |
ออกเดินทางไป วัดมัชฌิมา
นมัสการพระพุทธรูป |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารเที่ยง |
| 13.00 น. |
ออกเดินทางไป วัดพุทธนิมิตร (ภูค่าว) อ.สหัสขันธ์
นมัสการพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว/ ชมวิหารสังฆนิมิตร และอุโบสถ สร้างด้วยไม้ใต้น้ำในเขื่อนลำปาว |
| 14.00 น. |
ออกเดินทางไป วัด 7 กษัติรย์ อ.สหัสขันธ์ |
| 15.00 น. |
ออกเดินทางกลับสู่อตัวเมืองกาฬสินธุ์ หรือ
ไปสัมผัสวิถีชีวิตและแระเพณีวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง |
| 16.00 น. |
เข้าที่พัก/ พักผ่อนตามอัธยาศัย |
| 17.00 น. |
รับประทานอาหารค่ำ |
| วันที่สอง |
| 08.00 น. |
ออกเดินทางๆป วัดอินทร์ประทานพร หรือ พุทธสถานภูปอ |
| 08.30 น. |
นมัสการ พระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ สมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 16 สลักอยู่บนหน้าผาหิน 2 องค์ |
| 09.30 น. |
ออกเดินทางไปบ้านโพน อ.คำม่วง |
| 10.00 น. |
สัมผัสวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโพน ชม/เลือกซื้อผ้าไหมแพรวา |
| 11.00 น. |
ออกเดินทางไป อ.กมลาไสย |
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ อ.กมลาไสย |
| 13.00 น. |
ออกเดินทางไป วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม |
| 13.10 น. |
ชมใบเสมาหินสมัยทวารวดี |
| 14.00 น. |
ออกเดินทางไป พระธาตุยาคู
นมัสการ พระธาตุยาคู |
| 15.00 น. |
เดินทางกลับภูมิลำเนา |
| |
|
ข้อมูลไหว้พระ จ.กาฬสินธุ์ |
| |
1. วัดกลาง
เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ใกล้อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ภายในวัดมีพระอุโบสถที่สร้างต่อเติมจากพระอุโบสถหลังเก่า เป็นอาคารทรงไทยประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา บานประตูไม้แกะสลักเป็นภาพพุทธประวัติ ส่วนหน้าต่างแกะสลักเป็นชาดกเรื่องต่าง ๆ ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถมีทวารบาลปูนปั้น ภายในพระอุโบสถเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก บริเวณศาลาใกล้กับพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรูปองค์ดำ” หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักว้าง 20 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปลักษณะงดงาม ที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นภาษาไทยโบราณสร้างในสมัยพระเจ้าคูนาขาม พระชัยสุนทร (กิ่ง) ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝน นอกจากนี้ยังมี รอยพระพุทธบาทจำลอง ทำด้วยศิลาแลง ขนาดกว้าง 1 ศอก ยาว 4 ศอก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยละว้าปกครอง เดิมอยู่ริมลำปาว ใกล้แก่งสำโรง ต่อมาตลิ่งลำปาวพังชาวเมืองเกรงจะถูกน้ำเซาะทำลาย จึงได้อัญเชิญมาไว้ที่วัดแห่งนี้
2. วันศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)
อยู่ถัดจากวัดกลาง เป็นวัดเก่าแก่ สิ่งสำคัญในวัดนี้ คือ เสมาจำหลักจากเมืองฟ้าแดดสงยาง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 – 15 เก็บรักษาไว้จำนวนหนึ่ง โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ ชิ้นที่งามที่สุด คือ ใบเสมาที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาทเรือนแก้วซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส ศิลปะแบบพื้นเมืองอีสาน
3. หอเจ้าบ้าน
สร้างขึ้นพร้อมกับศาลหลักเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองกาฬสินธุ์และผู้คมที่มาอาศัยในเมืองกาฬสินธุ์เคารพกราบไหว้บูชา บนบานขอพรและจัดพิธีบวงสรวงเป็นประจำทุกปีในเดือนหก โดยมีพิธีทางศาสนาและพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ศาลหลักเมือง หอเจ้าบ้าน อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ศาลปู่แฮ่ ศาลปู่หาร ศาลปู่กลาบุญโฮม และศาลปู่โง้ง ตั้งแต่สมัยการก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์
4. พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (ศาลากลางจังหวัดฯ)
เป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ ศึกษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ประเพณี ของชาวกาฬสินธุ์ แบ่งออกเป็นห้องนิทรรศการ ดังนี้.
ห้องแรก วิถีชีวิตชาวผู้ไทย ชนชาวผู้ไทยเป็นกลุ่มมอญที่อบพยพมาจากเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูในแคว้นสิบสองจุไทย เคลื่อนย้ายผ่านเวียดนามและลาวข้ามฝั่งโขงมาอาศัยตั้งรกรากอยู่ทางอีสานของไทย โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ มีชนเผ่าผู้ไทยอาศัยอยุ่ในหลายอำเภอ เช่น อำเภอเขาวง กุฉินารายณ์ คำม่วง สมเด็จ และ นาคู ภายในห้องได้จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาวผู้ไทยไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เช่น การทอผ้า การทอเสื่อ เรือนผู้ไทย การเลี้ยงสัตว์ การทำสวนไร่นา เป็นต้น
ห้องพิพิธภัณฑ์แพรวาเฉลิมพระเกียรติ จัดขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่ อ.คำม่วง ทรงสมพระทัยในความงดงามปราณีตของผ้าไหมแพรวาที่หญิงชาวผู้ไทย ห่มมารับเสด็จจึงทรงรับการทอผ้าไหมไว้ในโครงการศิลปาชีพพิเศษ
ห้องวัฒนธรรมภาพนิทัศน์
ส่วนที่ 1 จัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชนที่มีวัด พระสงฆ์ และหลักธรรมทางศาสนาเป็นข้อชี้นำ คือ การแต่งงาน พิธีกรรม สะเดาะเคราะห์ การตาย มหรสพ การละเล่น
ส่วนที่ 2 แสดงศักยภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดฯ แหล่งน้ำสำคัญ การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ เครื่องมือยังชีพ เครื่องมือล่าสัตว์ และเครื่อมือหัตถกรรมสตรี
ห้องเจ้าเมือง รวบรวมรูปปั้นจำลองของเจ้าเมืองนับจากพระยาชัยสุนทร เจ้าเมืองคนแรก พระชายา พระโอรส พระญาติ และได้จัดแสดงแผนผังเครือญาติสืบสกุลจากเจ้าเมือง ซึ่งรวมถึงเมืองกมลาไสย เมือกุด สิมนารายณ์ เมืองภูแล่นช้าง และเมืองสหัสขันธ์ จนมีบุตรหลานสืบสกุลหลายสายที่ยังเป็นนามสกุลของคนเมืองกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน
ห้องคนดีศรีกาฬสินธุ์ รวบรวมบุคคลในจังหวัดฯ ที่สมควรได้รับการยกย่องด้วยทำคุณูปการแก่บ้าน เมือง เป็นคนดีศรีกาฬสินธุ์
ห้องพระพุทธมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ รวบรวมพระเครื่อง และวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่สร้างในจังหวัดกาฬสินธุ์ ห้องแสดงศิลปะร่วมสมัย จัดแสดงผลงานจิตกรรมของกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้แก่ ภาพพระ-อาทิตย์ทรงกรด, ภาพจิตกรรมไทยเรื่องทศชาติชาดก, ภาพชาดกที่จัดประกอบการแสดงลงสีน้ำฝนและศิลปะตะวันตก ที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
5. วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) ตั้งอยู่ที่บ้านนาสีนวล ห่างจากอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา ยาวประมาณ 2 เมตร กว้าว 50 เซนติเมตร เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ตามประวัติกล่าวว่า พระโมคัลลานะ พระสาวกของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว และทางวัดจะจัดในมีงานสรงน้ำพระพุทธรูปไสยาสน์ในวันที่ 19 เมษายนของทุกปี นอกจากนี้ ยังมี อุโบสถไม้แบบเปิด สร้างด้วยไม้ใต้น้ำในเขื่อนลำปาว แกะสลักลวดลายสวยงามเป็นภาพสามมิติ ตามประตู หน้าต่าง เพดาน ภาพพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และยังมี วิหารสังฆนิมิต เป็นที่เก็บพระพุทธรูปและพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ จำนวนนับแสนองค์ ที่หายาก
6. วัดอินทร์ประทานพร หรือ พุทธสถานภูปอ
ตั้งอยู่ที่ภูปอ อำเภอเมือง ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 28 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 16 สลักอยู่บนหน้า ผาหิน 2 องค์
องค์แรก เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง ประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น
องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2538 ยังได้พบสุสานไดโนเสาร์อีกกว่า 20 จุด บริเวณหุบเขาภูปอเขตวัดอินทร์ประทานพร และบริเวณผนังของถ้ำหมัดยังพบโครงกระดูกขาหน้า และหางโผล่ทะลุผนังถ้ำออกมาอีก 3 จุด
7. วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม ตั้งอยู่บ้านเสมา ตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง
เป็นวัดเก่าแก่ที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินสมัยทาวราวดี ที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือป็นเอกลักษณ์ของอีสาน ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีควาวมโดดเด่น คือ นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด สลักภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระเจ้าสุทโธทนะ พระราหุล และนางยโสธราพิมพาเข้าเฝ้า แสดงสักการะอย่างสูงสุดด้วยการสยายพระเกศาเช็ดพระบาทองค์พระพุทธเจ้า เรียกเสมาหินภาพ “พิมพาพิลาป” ซึ่งใบเสมาหลักนี้ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
8. พระธาตุยาคู ตั้งอยู่ที่กลางทุ่งนา ทางทิศเหนือของบ้านเสมา อำเภอกมลาไสย
ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 19 กิโลเมตร “พระธาตุยาคู” เดิมเรียกว่า “ธาตุใหญ่” เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืงอฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ก่อด้วยอิฐดิบ ปรากฎการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกัน คือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทาวรวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยม ซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิม เป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบ ๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ชาวบ้านเชื่อกันว่าในองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ สังเกตได้จากเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงครามได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดสงยาง แต่ไม่ทำลายพระธาตุยาคู จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ชาวบ้านจัดให้มีงานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประจำปีในเดือน พฤษภาคม เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นของหมู่บ้าน |