Please install Flash and turn on Javascript.


วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร


วัดชนะสงครามวรมหาวิหาร


วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์)


วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร


วัดสุทัศนเทพวรารามฯ


วัดอรุณราชวรารามฯ


วัดบวรนิเวศวิหาร


วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

โปรแกรมเส้นทางไหว้พระธาตุประจำวันเกิด เสริมมงคลชีวิต (2 วัน 1 คืน)

วันแรก
08.00 น. ออกเดินทางไป วัดพระธาตุเรณอ.เรณูนคร (ระยะทาง 51 กม.)
08.30 น. นมัสการพระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้นมัสการ จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์ พร้อมชมสินค้า OTOP ผ้าพื้นเมือง และอุ (เหล้าหมัก)
09.00 น. ออกเดินทางไป วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม (ระยะทาง 15 กม.)
09.10 น. นมัสการพระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีวอก เชื่อกันว่าผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์มีบุญบารมี และ ผู้คนให้ความเคารพนับถือ
10.30 น. ออกเดินทางไป วัดพระธาตุศรีคุณ อ.นาแก (ระยะทาง 20 กม.)
11.00 น.

นมัสการพระธาตุตรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคาร เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มา นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณ

12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยงที่ อ.นาแก
13.00 น. ออกเดินทางไป วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก (ระยะทาง 70 กม.)
14.00 น. นมัสการพระธาตุมหาชัย พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพุธ เชื่อกันว่าผู้ที่มา นมัสการจะได้รับอานิสงส์ประสบชัยชนะในชีวิต
15.00 น. ออกเดินทางกลับสู่ตัวเมืองนครพนม
16.00 น.

เลือกซื้อสินค้านานาชนิด ณ ตลาดอินโดจีน ล่องโขง มหานทีศรีโคตรบูรณสัมผัสกลิ่นไอเย็นฉ่ำของแม่น้ำโขง ชมทัศนียภาพอันสวยงามของทิวเขาสลับซับซ้อนฝั่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

17.00 น. รับประทานอาหารค่ำ/ เข้าที่พัก
วันที่สอง
06.00 น.

ทำบุญตักบาตรตอนเช้า ณ หน้าวัดมหาธาตุ บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำโขง
พร้อมชมพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ

07.00 น. นมัสการพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ เชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการ พระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์เสริมบุญบารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.30 น.

ท่องเที่ยวตามเส้นทาง ชมเมืองนคร (City Tour) – หมู่บ้านมิตภาพไทย-เวียดนาม
(ใช้เวลา 1.30 ชม.)

  1. สวนชมโขง
  2. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ
  3.  สวนสาธารณะหนองบึก
  4. วัดนักบุญอันนา (หนองแสง)
  5. จวนผู้ว่าราชการหลังเก่า
  6. หอนาฬิการเวียดนามอนุสรณ์
  7. บ้านโฮจิมินห์
  8. พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพำทย-เวียดนาม

ออกเดินทางไป วัดพระท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน (ระยะทาง 26 กม.)

10.00 น.

นมัสการพระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ เชื่อกันว่าผู้ที่ มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ ขึ้นยามรุ่งอรุณ

10.30 น.

ออกเดินทางไป วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า (ระยะทาง 70 กม.)

11.30 น.

นมัสการพระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี เชื่อกันว่าผู้ที่ ได้นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้สัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติงาน

12.00 น.

ชมและเลือกซื้อสินค้า OTOP สินค้าหัตถกรรม พิณ แคน โหวต
รับประทานอาหารเที่ยงที่ อ.นาหว้า

13.00 น. เดินทางกลับภูมิลำเนา
   
 

ล่องโขง มหานทีศรีโคตรบูรณ์ สัมผัสกลิ่นไอเย็นฉ่ำของแม่น้ำโขงยามเช้า
ชมทัศนียภาพอันสวยงามของทิวเขาสลับซับซ้อนฝั่ง สปป.ลาว ชมโบราณสถานและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนสองฝั่งโขง เยือนพี่น้องลาวแห่งบ้านนาเมือง ผ่านสุสานทหารฝรั่งเศส เลียลเลาะเมืองผ่าแขก ถึงด่านท่าแขกจะมองเห็นยอดพระธาตุน้อยของผู้ปกครองอาณานิคมชาวฝรั่งเศส ฝ่ายโรงแรมศรีโคตร อดีตเป็นที่ว่าการอาณานิคม วัดนาโบ โรงแรมสี่ชั่น อาคารคาสิโนเก่า บ้านนายพลสิงคโปร์ ปากห้วยนาลี้ ถึงห้องว่าการ(เก่า) วัดกลาง วัดโพธิ์สรี วัดโอกาส ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม หอนาฬิกา ลาน ตะวันเบิกฟ้า โรงเรียนสุนทรวิจิตร สำนักงาน ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 4 จวนผู้ว่าราชการจังหวัด (หลังเก่า) วัดนักบุญอันนา ที่สร้างโดยช่างชาวเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2469

เส้นทางชมเมืองนคร (City Tour) – หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม

1. สวนชมโขง เดิมเป็นที่ตั้งของเรือนจำจังหวัดนครพนม และเมื่อเรือนจำย้ายออกไป ได้พัฒนาสถานที่แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ภายในบริเสณมีลานกีฬานานาชนิด สนามเด็กเล่น พร้อมสวนหย่อมบรรยากาศร่มรื่น และที่น่าสนใจคือร่องรอยของเรือนจำ เช่นป้อมยาม กำแพงเรือนจำบางส่วน และเรือนขังชาย ที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ของนักโทษ และผู้ถูกคุมขัง

2. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นตึกทรงฝรั่งเศสสีเหลืองขนาดใหญ่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1920) เดิมใช้เป็นศาลากลางจังหวัดนครพนม ปัจจุบันใช้เป็นหอสมุดแห่งชาติ รวบรวมเอกสารอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นมากมาย โดยใช้รูปแบบแปลนเดียวกันกับศาลากลาง จังหวัดเชียงรายในสมัยนั้น ปัจจุบันเป็นที่เก็บรวบรวมเอกาสารล้ำค่าของจังหวัดนครพนม ซึ่งอาคารหลังนี้ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว อาคารแห่งนี้กรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2519 และได้รับเลือกเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำ พ.ศ. 2540

3. สวนสาธารณธหนองบึก อยู่บนถนนอภิบาลบัญชา เป็นสวนสาธารณธที่อยู่ทางด้านทิศเหนือของเมือง ใช้เป็นที่ออกกำลังกายและที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในมี รูปปั้นปลาบึก และ “หนองบึก” เป็นบึงน้ำขนาดเล็กที่ไม่เคยเหือดแห้ง มีตำนานว่าแหล่งน้ำแห่งนี้ใช้เป็นที่ขังปลาบึก (ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่) เชื่อกันว่าเป็นปลาที่เทวประทานให้พระยาศรีโคตรบูรณ์ เจ้าผู้ครองอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์เมื่อครั้งโบราณ พอถึงฤดูน้ำหลาก จะทำพิธีจับปลาบึก เมื่อจับได้แล้วจะนำมาขังไว้ที่หนองน้ำแห่วนี้ก่อนที่จะนำไปเป็นอาหาร จึงเป็นที่มาของชื่อสถานที่แห่งนี้คือ “หนองปลาบึก”

วัดนักบุญอันนา (หนองแสง) เป็นโบสถ์คริสต์คาทอลิค มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตา สะท้อนกลิ่นอายของยุคฝรั่งเศส สร้างเมื่อ ค.ศ. 1926 เคยเป็นศูย์กลางของชาวคริสต์ ริมโขงหรือมิสซังลาวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2422 โบสถ์เป็นหอคอยคู่ และสำนักพระสังฆราช ซึ่งสร้างใน พ.ศ. 2456 ตัวอาคารทรงตะวันตก มีลักษณะเป็นยอดแหลมสูงเด่นเป็นสง่างามมองได้จากระยะไกล วัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ขนมาจากเมืองไซ่ง่อนของเวียดนามในสมัยนั้น แต่ได้ถูกระเบิดทำลายหมดในช่วงเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน ส่วนโบสถ์หลังใหม่นี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยยังคงลักษณะคล้ายกับโบสถ์หลังเก่า

4. จวนผู้ว่าราชการหลังเก่า สถาปัตกรรมกรรมทรงฝรั่งเศสผสานศิลปะของช่างเวียดนาม เดิมเป็นบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ที่สำคัญจวนแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับแรมและเสวยพระกระยาหารของ พระบาทสมเด็กพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็งพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร จังหวัดนครพนม และประทับพลับพลาริมแม่น้ำโขงหน้าที่ประทับแรมเพื่อทอดพระเนตรการไหลเรือที่คุ้มวัดต่างๆ และหน่วยงานมั้งภาครัฐและเอกชนจัดถวาย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2498

5. หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) โดยชาวเวียดนามที่เคยอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทยในช่วงสงครามเดียนเบียนฟู ก่อนกลับชาวเวียดนามที่พำนักอยู่นครพนม ได้ร่วมกันสร้างหอนาฬิกาไว้เพื่อระลึกถึงไมตรีที่คนไทยมีให้เป็นอนุสรณ์ก่อนเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

6. ชมบ้านโฮจิมินห์ จำลองบ้านพักของ “ลุงโฮ” “โฮจิมินห์” อดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามที่เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของประเทศเวียดนาม พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นของหมู่บ้านเวียดนามเกียวในนครพนม

7. ชมพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ภายในจัดนิทรรศการการแสดงประวัติการทำงานและการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ของท่านโฮจิมินห์

 

Copyright © 2007-2008 Tourism Authority of Thailand