|
เส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระยืน พระนั่ง พระนอน”
(จ.สิงห์บุรี)

เช้า ออกเดินทางจาก กทม. ถึง จ.สิงห์บุรี เดินทางไปสักการะพระพุทธรูปทองคำ พุทธศิลป์สุโขทัยยุคที 2 ค้นพบเป็นองค์ที่ 4 ของประเทศไทย ณ วัดเสฐียรวัฒนะดิษฐ์ และสักการะหลวงพ่อทรัยพ์-หลวงพ่อสิน พระยืนศักดิ์สิทธิ์ ขอบารมีเพื่อการค้าขายรุ่งเรืง พร้อมสักการะ หลวงปู่โอ่ง วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่มีตำนานน่าอัศจรรย์ใจ ณ วัดประโชติการาม จากนั้นสักการะหลวงพ่อเศียรกับประวัติที่น่าพิศวง พร้อมสะเดาะเคราะห์ปิดทองใต้ฐานพระเพิ่มสิริมงคลแก่ชีวิต อักทั้งวัดนี้ได้รับพระราชทานราชานุญาตให้อันเชิญพระนามาภิไธย ส.ก. ไว้ที่หน้าบันประอุโบสถ ณ วัด ศาลโคดม เดินทางต่อไปนมัสการหลวงพ่อหินทราย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ สมัยลพบุรี พร้อมสักการะหลวงพ่อสี เกจิอาจารย์ ที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแก่หลวงพ่อแพ และสามารถเรียนรู้เรื่องราวแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยใหญ่ที่สุดในสมัยอยุธยา ณ วัดพระปรางค์ แวะสักการะหลวงปู่เรือง อดีดเจ้าอาวาสมณฑลกรุงเท่า ผู้อุทิศตนเพื่อการรวบรวมหนังใหญ่โบราณ ฝีมือช่างหลวงโบราณกว่า 300 ตัว จัดแสดงไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อการศึกษา ชมการแกะสลักหนังใหญ่ โดยฝีมือชาวบ้าน ณ วัดสว่างอารมณ์
บ่าย นมัสการพระพุทธไสยาสน์ปางโปรดอสุริทราหู องค์ใหญ่ บริเวณวัดยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางด้านพุทธศาสนาสำหรับนักธรรมทั้งหลาย ชมต้นสาละลังกาใหญ่ที่ปลูกไว้กว่า 10 ต้น ซึ่งชาวสิงห์บุรีมีความเชื่อว่า ให้อธิฐานแล้วปรบมือใต้ต้นสาละ หากดอกสาละล่วงลงมาแสดงว่าคำอธิฐานนั้นจะประสบผลสำเร็จ ณ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร และนมัสการหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อแพ พระนักพัฒนาเกจิที่มีชื่อเสียงด้านการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น พระผู้สร้างแห่งเมืองสิงห์ ณ วัดพิกุลทอง จากนั้นไปนมัสการหลวงพ่อนาค พระพุทธรูปหินทรายแกะสลัก และหลวงพ่อฉาย พระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่วัดมานานกว่า 100 ปี และพระอุโบสถแก้วล้อมรอบด้วยพญานาค ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นใหม่ โดยร้อยเรียงเรื่องราวพุทธประวัติไว้ให้ได้ศึกษา ณ วัดสิงห์สุทธาวาส และเดินทางไปนมัสการรูปหล่อพระอาจารย์ธรรมโชติ ผู้เป็นกำลังใจสำคัญแก่นักรบบ้านบางระจันสมัยอยุธยา และชมโบราณวัตถุเก่าแก่ ซึ่งถูกเก็บรวบรวม และจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น
|